หน้าที่และความรับผิดชอบ

ส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา แบ่งออกเป็น 5 ฝ่าย ดังนี้
 
1.ฝ่ายบริหารจัดการน้ำ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้
   1) รวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลด้านอุทกวิทยา อุตุนิยมวิทยา รวมทั้งข้อมูลความต้องการใช้น้ำต่างๆ เพื่อวางแผนการจัดสรรน้ำ การส่งน้ำ และการระบายน้ำในฤดูแล้งและฤดูฝน ทั้งในระดับโครงการ ระดับจังหวัด และระดับลุ่มน้ำ ให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำต้นทุนและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้รับบริการ
       (สนับสนุนการใช้น้ำในกิจกรรม 4 ด้าน คือ ด้านการอุปโภค-บริโภค ด้านการเกษตร ด้านการรักษาระบบนิเวศและด้านอุตสาหกรรม อย่างสมดุล)
   2) ติดตาม ตรวจสอบ การบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามแผนที่กำหนด
   3) ศึกษาวิเคราะห์สภาพการใช้น้ำต่างๆ และประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง เพื่อประเมินผลประสิทธิภาพการชลประทานในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง นำไปใช้ในการวางแผนปรับปรุง เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ
   4) ศึกษา ค้นคว้า พัฒนา และประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ในการจัดเก็บ การวิเคราะห์ข้อมูลน้ำฝน น้ำท่า น้ำชลประทาน ระดับน้ำ ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ และพื้นที่ชลประทาน เพื่อช่วยในการตัดสินใจด้านการจัดสรรน้ำ การระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
   5) ศึกษา วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ด้านการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยในการบริหารจัดการน้ำ
   6) ถ่ายทอดองค์ความรู้หรือให้คำแนะนำในการปฏิบัติงานด้านวิศวกรรมชลประทาน การบริหารจัดการน้ำ แก่เจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน เกษตรกร ผู้ใช้น้ำ หรือผู้รับบริการทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อให้เกิดประโยชน์และความร่วมมือในการดำเนินงานบริหารจัดการน้ำร่วมกัน
   7) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด
 
2.ฝ่ายปรับปรุงบำรุงรักษา มีหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้
   1) รวบรวมข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์ พิจารณาปรับปรุงและบำรุงรักษาที่อยู่ในเขตสำนักงานชลประทาน โดยตรวจสอบวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เพื่อให้มีความเหมาะสมและถูกต้องตามหลักวิชาการ
   2) ศึกษา วิเคราะห์ จัดทำแผนงานซ่อมแซมและบำรุงรักษา และแผนงานปรับปรุงเพื่อใช้บริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
   3) ตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผล การปรับปรุง ซ่อมแซม และบำรุงรักษาในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบ
   4) ศึกษา และพัฒนารูปแบบการจัดทำฐานข้อมูลหรือระบบสารสนเทศที่เกี่ยวกับงานปรับปรุงและบำรุงรักษา (บัญชีอาคารชลประทาน ประวิติการซ่อมแซม ปรับปรุงและบำรุงรักษาอาคารชลประทาน)
   5) ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการปรับปรุงและบำรุงรักษา เพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพ รวดเร็ว และประหยัด ตรงตามเป้าประสงค์ในการใช้งานของระบบชลประทาน
   6) ศึกษา วิจัย และพัฒนานวัตกรรม ด้านการปรับปรุงและบำรุงรักษา เพื่อแก้ปัญหา/อุปสรรคในการปฏิบัติงาน
   7) ควบคุม กำกับ ดูแล พิจารณาการขอใช้หรือขอเช่าที่ราชพัสดุและทางน้ำชลประทานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานรับผิดชอบ เพื่อให้การใช้พื้นที่เกิดประโยชน์สูงสุด
   8) วิเคราะห์ ตรวจสอบ กำกับ ดูแล การขออนุญาตรื้อถอนอาคาร/สิ่งปลูกสร้างในที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทาน
   9) ถ่ายทอดองค์ความรู้หรือให้คำแนะนำในการปฏิบัติงานด้านวิชาการ ด้านการปรับปรุงและบำรุงรักษา แก่เจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน เกษตรกร ผู้ใช้น้ำ หรือผู้รับบริการทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อให้เกิดประโยชน์และความร่วมมือในการดำเนินงานบริหารจัดการน้ำร่วมกัน
 10) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด
 
3.ฝ่ายประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้
   1) รวบรวม ตรวจสอบ ศึกษา และประยุกต์ใช้ข้อมูลด้านอุทกวิทยาและอุตุนิยมวิทยา เพื่อนำมาวิเคราะห์ประมวลสถานการณ์น้ำ สำหรับใช้ในการวางแผนและการตัดสินใจอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
   2) ศึกษา วิเคราะห์ พัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหรือแบบจำลอง เพื่อใช้งานในด้านบริหารจัดการน้ำ คาดการณ์น้ำหลาก และติดตาม/เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดด้วยระบบโทรมาตร(Telemetering System) ร่วมกับระบบข้อมูลสารสนเทศ ระบบโทรมาตรและระบบพยากรณ์สถานการ์น้ำที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อเผยแพร่/สนับสนุนข้อมูลสถานการณ์น้ำให้กับหน่อยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องสำหรับใช้ในการพิจารณาวางแผนบริหารจัดการน้ำและแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
   3) ศึกษา และพัฒนารูปแบบการจัดทำฐานข้อมูลหรือระบบสารสนเทศที่เกี่ยวกับงานวิศวกรรมชลประทาน การพยากรณ์สถานการณ์น้ำเพื่อการเฝ้าระวังและเตือนภัยอันเกิดจากน้ำให้สอดคล้องและสนับสนุนภารกิจของหน่อยงาน และใช้ประกอบการพิจารณากำหนดนโยบาย แผนงาน หลักเกณฑ์ มาตรการต่างๆ (ระบบข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์สำหรับรายงานสถานการณ์น้ำการเฝ้าระวังและเตือนภัยอันเกิดจากน้ำ แผนที่เสี่ยงภัยอันเกิดจากน้ำ ฯลฯ)
   4) ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อกำหนดแนวทาง กระบวนงาน แผนงานแก้ไขป้องกันและบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ แผนการใช้เครื่องจักรเครื่องมือ เครื่องสูบน้ำในช่วงที่เกิดอุทกภัยและภัยแล้งที่มีประสิทธฺภาพ และควบคุม กำกับ ดูแลการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการทุกภาคส่วนได้อย่างทันเวลา วิเคราะห์ จัดทำเกณฑ์การเตือนภัย วางระบบเฝ้าระวังเตือนภัย และแผนที่อพยพในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ดินโคนถล่ม
   5) รวบรวม ตรวจสอบ วิเคราะห์ และประเมิรผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำด้านการชลประทานในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และน้ำชลประทาน ในพื้นที่รับผิดชอบเพื่อจัดทำรายงานผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำ และรายงานการประเมินผลคุณภาพน้ำด้านชลประทาน
   6) ศึกษา วิจัย และพัฒนานวัตกรรม ด้านการประมาลและวิเคราะห์สถานะการณ์น้ำ เพื่อเป็นเครื่องมือในการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ
   7) ถ่ายทอดองค์ความรู้หรือให้คำแนะนำในการปฏิบัติงานด้านวิชาการ (การประยุกต์ใช้แบบจำลองตาดการณ์พยากรณ์น้ำหลาก ระบบเฝ้าระวังเตือนภัย และแผนที่อพยพในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยดินโคลนถล่ม) แก่เจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน เกษตรกร ผู้ใช้น้ำ หรือผู้รับบริการทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อให้เกิดประโยชน์และความร่วมมือในการปฏิบัติงานร่วมกัน
   8) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด
 
4.ฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาการใช้น้ำ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้
   1) วางแผน ควบคุม พัฒนา การดำเนินการมีส่วนร่วมกับกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน อาสาสมัครชลประทาน และคณะกรรมการการจัดการชลประทาน (JMC) ในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อให้เกษตรการได้เรียนรู้การใช้น้ำอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ และให้โครงการชลประทานจังหวัด (จังหวัด) และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา (ชื่อ) สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกรและสร้างความพึงพอใจในกระบวนการบริหารจัดการน้ำ
   2) วางแผนการเพาะปลูกพืช ในเขตชลประทานให้มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และปริมานน้ำต้นทุนที่มีอยู่ เพื่อให้การใช้พื่นที่และการใช้น้ำสำหรับทำการเกษตรเกิดประโยชน์สูงสุด
   3) สำรวจ ศึกษา ติดตาม ประเมินผลสภาพการเพาะปลูกพืช สภาพการใช้น้ำชลประทานและผลสัมฤทธิ์ทางการเกษตรในเขตชลประทานของโครงการชลประทานจังหวัด (จังหวัด) และโครงการส่งน้ำบำรุงรักษา (ชื่อ)เพื่อจัดทำรายงานผลการเพาะปลูกพืช และติดตามผลผลิตจามลักษณะการพัฒนาการชลประทานประเภทต่างๆ
   4) ศึกษา และพัฒนารูปแบบการจัดทำฐานข้อมูลหรือระบบสารสนเทศที่เกี่ยวกับงานเกษตรชลประทาน (การรายงานผลการเพาะปลูก ฐานข้อมูลองค์กรผู้ใช้น้ำ ฐานข้อมูลด้านเกษตรชลประทานพื้นที่เหมาะสำหรับทำการเกษตร (Zoning) ฯลฯ) ให้สอดคล้องและสนับสนุนภารกิจของหน่วยงาน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณากำหนดนโยบาย แผนงาน หลักเกณฑ์ มาตรการต่างๆ
   5) ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการในภารกิจของกรมชลประทานของโครงการชลประทาน (จังหวัด) และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา (ชื่อ) ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
   6) เผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้หรือให้คำแนะนำในการปฏิบัติงานด้านวิชาการ (งานเกษตรชลประทาน การใช้น้ำชลประทาน ฯลฯ) แก่เจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน เกษตรกร ผู้ใช้น้ำ หรือผู้รับบริการทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อให้เกิดประโยชน์และความร่วมมือในการปฏิบัติงานร่วมกัน
   7) ศึกษา วิจัย และพัฒนานวัตกรรม ด้านการใช้น้ำและเกษตรชลประทาน (การพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ โดยวิธีการใช้นำ- Reuse การลดปริมาณการใช้น้ำ- Reduce และการนำมาใช้ใหม่-Recycle ฯลฯ) เพื่อเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมและพัฒนาการใช้น้ำ
   8) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด
 
5.ฝ่ายจัดการความปลอดภัยเขื่อนและอาคารชลประทาน มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้
   1) ศึกษา วิจัย และตรวจสอบสภาพทางด้านวิศวกรรมของเขื่อน ทั้งสภาพโครงสร้างภายนอกและพฤติกรรมภายในตัวเขื่อนพื้นที่รับผิดชอบของสำนักชลประทาน เพื่อรายงานความผิดปกติหรือสภาพความเสียหาย โดยครอบคลุมเฉพาะเขื่อนที่มีรูปแบบการกักเก็บน้ำ (Storage Dam) ได้แก่ เขื่อนดิน เขื่อนคอนกรีต รวมทั้งอาคารประกอบของตัวเขื่อนทั้งหมด
   2) ศึกษา สำรวจ วิเคาระห์ และประเมินสภาพเขื่อนด้วยวิธีการ ต่างๆ ตามหลักวิชาการ เช่น วิธีการดัชนีสภาพ (Condition Index : CI) เพื่อวิเคราะห์สภาพเขื่อนและอาคารประกอบ สำหรับใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาแนวทางและแผนงานซ่อมแซมหรือปรับปรุงเขื่อนให้มีความมั่นคงปลอดภัย และใช้งานได้ตามปกติหรือมีประสิทธิภาพมากขึ้น
   3) วิเคราะห์ วางแผน แลคำนวณปริมาณงานในการซ่อมแซม ปรับปรุงเขื่อนและอาคารประกอบ ในพื้นที่เขตความรับผิดชอบของสำนักงานชลประทาน ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยคำนึงถึงความคุ้มทุน ความมั่นคงแข็งแรง และประสิทธิภาพในการใช้งานที่ดียิ่งขึ้น
   4) ติดตามสถานการณ์ทางธรรมชาติต่างๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อตัวเขื่อน เช่น แผ่นดินไหวอุทกภัย ปริมาณน้ำหลากเข้าอ่างเก็บน้ำในปริมานสูงและรวดเร็ว เป็นต้น เพื่อตรวจสอบสภาพของตัวเขื่อนและอาคารประกอบ และเฝ้าระวังความเสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายและการวิบัติของเขื่อน รวมทั้งกำหนดวิธีป้องกัน/แก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างทันท่วงที
   5) ถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการและให้คำปรึกษาแก่เจ้าหน้าที่ของโครงการชลประทานและโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลเขื่อน หรือผู้ปฏิบัติงานในการบริหารจัดการน้ำของอ่างเก็บน้ำต่างๆ ภายในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานชลประทานให้สามารถตรวจสภาพ สังเกตความผิดปกติของเขื่อน และการใช้เครื่องมือในการตรวจวัดพฤติกรรมเขื่อนได้อย่างถูกต้อง ตลอดจนสามารถแก้ไขปัญหาจากความเสียหายของเขื่อนในเบื้องต้นได้
   6) วางแผน และกำกับดูแลการดำเนินงานจัดหาและติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดพฤติกรรมเขื่อนร่วมกับโครงการต่างๆ ภายในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานชลประทาน โดยกำหนดลักษณะและรูปแบบของเครื่องมือตรวจวัดพฤติกรรมเขื่อนให้อย่างเหมาะสมตามประเภทและพื้นที่ตั้งของเขื่อนต่างๆ
   7) รวบรวมและจัดทำระบบฐานข้อมูลสภาพเขื่อนที่เป็นปัจจุบัน (Real-Time) โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) เพื่อการรายงานสภาพของเขื่อนแก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไป
   8) พัฒนาและประยุกต์ใช้แบบจำลองประเมินสภาพเขื่อนในเชิงตัวเลข เพื่อนำมาใช้ในการปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยทดแทนหรือปรับปรุงวิธีการตรวจสอบประเมินแบบเดิม ให้ได้ผลการประเมินที่ถูกต้อง รวดเร็ว และมีกระบวนการตรวจสอบที่ง่ายขึ้น
   9) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

ส่วนจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา สำนักชลประทานที่ 8
905 ถ.สืบศิริ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000
โทร.044-354943
e-mail This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.